Includes
1 x NT-USB Min
1 x NT-USB Min
1 x USB Cable
1 x Thread
Mount Adapter

NT-USB Mini

NT-USB Mini นำคุณภาพเสียงดั้งเดิมของไมโครโฟนสตูดิโอระดับโลกของ RØDE มาสู่ไมโครโฟน USB ขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่าย ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อมอบเสียงที่ชัดใสและมีคุณภาพระดับมืออาชีพ ส่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต เป็นไมโครโฟนที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเล่นเกม คนทำพอดคาสต์ นักดนตรี นักสตรีมมิ่ง และผู้ที่ต้องการสร้างคอนเท้นต์ ที่ต้องการการรับฟังอย่างเต็มรูปแบบ

คุณสมบัติที่สำคัญ:

  • condenser capsule คุณภาพสูง ที่ให้เสียงที่คมชัดและเป็นมืออาชีพในทุก ๆ การบันทึก
  • รูปแบบการรับเสียงแบบ cardioid ถูกปรับให้เหมาะสม เพื่อลดเสียงรอบข้างและเน้นไปที่เสียงบทสนทนา เสียงร้อง หรือเครื่องดนตรี
  • pop filter ในตัวที่สร้างขึ้นเพื่อลดเสียงสะท้อน
  • ตัวยึดแบบหมุนปรับได้ 360 องศา เพื่อการปรับวางให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการอย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ ขาตั้งไมค์ หรือ studio arm
  • ฐานวางไมค์ตั้งโต๊ะแบบแยกออกจากกันได้ กันการกระแทกอย่างดี และง่ายต่อการถอดอย่างรวดเร็ว
  • ช่องเสียบ USB ที่เชื่อมต่อทำงานได้อย่างราบรื่นกับคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องลงโปรแกรมใด ๆ เพียงต่อสายและเริ่มการบันทึกได้ทันที
  • หูฟังแบบ Zero-latency ช่วยลดเสียงสะท้อน
  • แอมพลิฟายเออร์หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ พร้อมการควบคุมที่แม่นยำ
  • โครงสร้างเหล็กและไนล่อนเสริมเรซิ่น สีดำด้านอย่างมีสไตล์และดีไซน์กะทัดรัดทันสมัย



จุดเด่นของผลิตภัณฑ์

ห้องอัดเสียง และการประยุกต์ใช้งาน

NT-USB Mini นำคุณภาพเสียงดั้งเดิมของไมโครโฟนสตูดิโอที่มีชื่อเสียงระดับโลกของ RØDE มาสู่รูปแบบ การเชื่อมต่อ USB ขนาดกะทัดรัด ทำมาแบบเฉพาะเพื่อให้เสียงที่อุ่นและเสมือนจริงสำหรับการบันทึก และเสียงที่ใช้กับไมค์นี้จะได้ความคมชัดกับทั้งเสียงพูด เสียงร้อง และ เสียงกีต้าร์ รวมถึงเสียงอื่น ๆ ที่ใช้ในงานของท่าน สามารถใช้ได้กับชุดหูฟังสำหรับห้องอัด พร้อมช่องเสียบหูฟังคุณภาพสูง 3.5 มิลลิเมตร สมบูรณ์แบบด้วยการควบคุมระดับเสียงที่แม่นยำ ช่วยให้ตรวจสอบเสียงของคุณได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีโหมดการตรวจสอบ Zero-latency สำหรับจัดการกับเสียงสะท้อนขณะบันทึก การติดตั้งและใช้งานทำได้โดยง่าย มี pop-filter ในตัว พร้อมด้วยเอาต์พุต USB ที่ทำให้การใช้งานราบรื่นทั้งกับคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต โดยไม่ต้องลงโปรแกรมใด ๆ เพียงต่อสายและเริ่มการบันทึกได้ทันที

ยืดหยุ่นในการใช้งานได้ตามที่ต้องการ

NT-USB Mini ออกแบบมาเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานได้อย่างใจ ด้วยคุณสมบัติพิเศษของขาตั้งไมค์แบบตั้งโต๊ะที่ขยับและถอดออกได้ ไม่เพียงแค่การใช้งานแบบตั้งโต๊ะ แต่ยังสามารถปรับใช้กับขาตั้งไมค์ทั่วไปและ studio arm ได้อีกด้วย ตัวยึดที่หมุนได้ 360 องศา ทำให้เพิ่มศักยภาพในการบันทึกเสียงที่ถูกทิศทาง ถูกมุม หันด้านข้าง หรือกลับหัว ก็ไม่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมมิ่งบน Twitch แพลมฟอร์มสำหรับเหล่าเกมเมอร์, การบันทึกเสียงด้วยโปรแกรม DAW ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งใช้ในการสนทนาทางธุรกิจผ่าน Skype คุณจะมั่นใจได้ว่า NT-USB Mini จะไม่ทำให้ผิดหวัง

กะทัดรัดและมีสไตล์

NT-USB Mini เหมาะกับการใช้งานได้ทุกพื้นที่หรือเซ็ต home studio ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยขนาดความกว้าง x สูง เพียง 89 x 141 มม. เล็กกะทัดรัดมาก ๆ ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยสำหรับการใช้งาน และด้วยรูปลักษณ์ที่พิเศษ ทันสมัยและมีสไตล์ ด้วยเส้นสายที่สะอาดตาและความงามที่ลงตัว โครงสร้างเหล็กและไนล่อนเสริมเรซิ่น ทำให้มั่นใจได้ว่า NT-USB Mini พร้อมสำหรับทุกการบันทึกเสียงในทุก ๆ ที่ได้อย่างดีเยี่ยม

SPECIFICATIONS

ACOUSTIC & ELECTRICAL SPECIFICATION

Acoustic Principle
Acoustic Principle
Active Electronics
Electret condenser, A/D and USB interface
Polar Pattern
Cardioid
Frequency Range
20 Hz – 20 kHz
Input SPL @ 1% THD
121dB (A-weighted, as per IEC651)
Sample Rates
48 kHz
Bus Powered
Yes
Bit Depth
24-Bit
Analog Outputs
3.5mm headphone
Computer Connectivity
USB - simultaneous I/O
Mono input, stereo output
OS Requirements
macOS 10.12 / Windows 10

ACOUSTIC & ELECTRICAL SPECIFICATION

Weight (g)
585
Dimensions (mm)
Height: 141.9
Width: 54.5
Diameter (base): 89.3

support

FAQs

ปุ่มกดบน NT-USB Mini มีหน้าที่ทำอะไร?

ปุ่มกดบน NT-USB Mini คือ ปุ่มควบคุมระดับสัญญาณ output ของหูฟัง  ซึ่งไม่ใช่ input – หากจะปรับระดับ input จะต้องทำในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อัดเสียง ปุ่มนี้ยังสามารถเปิดใช้งานโหมด zero-latency monitoring ซึ่งสามารถเปิดการใช้งานได้โดยการกดที่ปุ่ม ซึ่งจะปรากฎบนแผง LED ทางด้านบนซ้าย

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง NT-USB กับ NT-USB Mini?

NT-USB Mini มีขนาดกะทัดรัดมากกว่า NT-USB นอกจากนี้ยังมี pop filter ในตัว ที่มีฐานเป็นแม่เหล็ก สามารถดึงออกมาได้อย่างง่ายดาย หมุนได้ 360 องศา และมีความคล่องตัวและควบคุมได้ง่ายกว่า

NT-USB Mini สามารถใช้กับหูฟังที่เป็น high-impedance ได้หรือไม่?

แอมป์หูฟังใน NT-USB Mini มีประสิทธิภาพมาก และสามารถใช้งานหูฟังที่เป็น high-impedance ได้อย่างง่าย

ฉันจะปรับระดับที่ส่งไปยังคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร?

ตัว input ของ NT-USB Mini สามารถควบคุมได้ผ่านการตั้งค่าระบบ สำหรับ Mac จะอยู่ใน ‘Sound Preference’ > ‘Input’ > ‘Input Volume’   สำหรับ PC จะอยู่ใน ‘Recording Devices’ > กดที่ “NT-USB Mini” > ‘Properties’ > ‘Levels’ ปุ่มปรับระดับความดังเสียงจะควบคุม output ที่ส่งไปยังหูฟังของคุณ

NT-USB Mini มี pop filter ไหม?

NT-USB Mini มี pop filter ในตัว ที่จะช่วยลดเสียงแตก ซึ่งแตกต่างกับ NT-USB ที่มี pop filter อยู่ด้านนอก

โหมด zero-latency monitoring ทำงานอย่างไร?

เมื่อคุณอัดเสียงลงคอมพิวเตอร์ คุณมักจะต้องการตรวจสอบสิ่งที่คุณบันทึกหรืออัดผ่านหูฟัง  ตั้งต้นจากเสียงจะถูกส่งจากไมโครโฟนไปที่คอมพิวเตอร์และจะถูกประมวลผลโดยซอฟท์แวร์บันทึกเสียง หลังจากนั้นจึงจะส่งกลับไปที่หูฟัง ซึ่งปัญหาคือเศษของช่วงเวลาเสี้ยววินาทีที่ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ประมวลผล และส่งเสียงกลับไปที่หูฟัง ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าของเสียงที่ส่งกลับมา หรือที่เรียกกันว่าความหน่วง จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของคุณ

ความล่าช้านี้จะทำให้เสียงที่ได้ออกมาเป็นธรรมชาติได้ยากมาก ไม่ว่าคุณจะร้องเพลงหรือพูด โหมด zero-latency monitoring จึงจะช่วยขจัดปัญหาความล่าช้านี้ออกไป ซึ่งสามารถทำได้โดยการส่งข้อมูลจากไมโครโฟนตรงไปที่หูฟังได้แบบเรียลไทม์โดยไม่ผ่านคอมพิวเตอร์ สัญญาณนี้มาพร้อมกับ output จากคอมพิวเตอร์ ดังนั้น คุณก็ยังสามารถได้ยินเสียงที่ออกมา (ยกตัวอย่าง backing track ในขณะที่คุณร้องเพลง) แต่จะให้ประสบการณ์การฟังที่เป็นธรรมชาติและสบายหูมากยิ่งขึ้น

เพื่อเปิดการใช้งานในโหมดนี้ เพียงกดปุ่มปรับระดับเสียงข้างหน้า NT-USB Mini คุณก็จะสามารถฟังเสียงจากไมโครโฟนผ่านหูฟังคุณได้ทันที เพื่อปิดการใช้งานโหมดนี้ เพียงคลิกปุ่มปรับระดับเสียงใหม่อีกรอบ
Note: เมื่อใช้งานโหมด zero-latency monitoring คุณอาจต้องการปิดเสียงช่องไมโครโฟนในซอฟต์แวร์ของคุณขณะบันทึก เพื่อที่คุณจะได้ฟังเสียงมิกซ์อย่างเดียว สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้เสียงที่ไร้เสียงสะท้อนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด

ฉันเปิดโหมดตรวจจับ zero-latency แล้ว แต่ฉันยังได้ยินเสียงสะท้อนในไฟล์บันทึกเสียง ฉันจะหยุดมันได้อย่างไร?

ถ้าคุณยังได้ยินเสียงสะท้อนในขณะที่เปิดใช้งานโหมดตรวจจับ zero-latency บน NT-USB Mini คุณต้องปิดตัว output ไมโครโฟนบนซอฟต์แวร์อัดเสียงของคุณ

ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเพิ่มเสียงดนตรีเข้าไปในเพลง ซึ่งบนซอฟต์แวร์อัดเสียงของคุณจะมีส่วนประกอบอื่นๆ ในเพลงด้วย เช่น กลอง กีต้าร์ หรือเบส คุณสร้างแทร็กสำหรับเสียงร้องและกำหนดให้ NT-USB Mini อัดเสียง โดยเป็นไปได้ที่ไฟล์ DAW ของคุณจะยังส่ง output ของไมโครโฟนกลับไปที่หูฟังพร้อมกับเสียงมิกซ์ทั้งหมด  คุณจะได้ยินสิ่งนี้เพิ่มเติมจากเสียง zero-latency จากไมโครโฟน ซึ่งทำให้เสียงของคุณอาจฟังเหมือนมีเสียงสะท้อนหรือเสียงซ้อน

เพื่อที่จะป้องกันปัญหานี้ ให้ปิดเสียงแทร็กของคุณในซอฟต์แวร์ในขณะที่คุณกำลังอัดเสียง นั่นหมายความว่าคุณจะได้ยินสองสิ่งในหูฟัง ซึ่งก็คือเพลงมิกซ์ทั้งหมดที่ไม่มีเสียงร้อง และเสียง zero-latency monitor ของเสียงคุณ ซึ่งจะทำให้ได้เสียงอัดที่เป็นธรรมชาติมากกว่า

เมื่อคุณอัดเสียงเสร็จ อย่าลืมกดเปิดเสียงเพื่อที่คุณจะสามารถฟังเสียงแทร็กที่เพิ่งอัดลงในมิกซ์ และกดปิดการใช้งาน zero-latency monitoring เพื่อที่คุณจะได้แก้ไขมิกซ์โดยที่ไม่มีเสียงรบกวนใดๆ โดยรอบที่จะเข้าไมโครโฟนและส่งไปที่หูฟังของคุณ

ระยะห่างแค่ไหนถึงจะดีที่สุดกับไมโครโฟนนี้?

NT-USB Mini คือไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ ซึ่งค่อนข้างที่จะมีความไวและสามารถที่จะจับเสียงที่อยู่ไกลจากไมโครโฟนได้ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่การอัดเสียงกีต้าร์อะคูสติกไปจนถึงการสนทนาทางวิดิโอขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะ สำหรับการร้องเพลง ไลฟ์สตรีม หรืองานพากย์เสียง เราแนะนำให้ตั้งไมโครโฟนห่างจากปากประมาณ 10-15 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด วางไมโครโฟนใกล้กับแหล่งกำเนิดเสียงจะช่วยปรับปรุงเสียงรบกวนรอบข้างได้มากขึ้น

Accessories ใดบ้าง ที่ NT-USB Mini สามารถใช้งานด้วยได้?

NT-USB Mini สามารถใช้งานได้กับ PSA-1, DS1, ขาตั้งกล้องและเสาของ RØDE ทั้งหมด

NT-USB Mini สามารถใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์และแท็บเลตทุกชนิดหรือไม่?

NT-USB Mini ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ที่สนับสนุนเสียง class-compliant ซึ่งรวมถึง PC, Mac, Android และ USB-C iPad Pro นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ lightning iOS เมื่อใช้กับชุดอุปกรณ์เชื่อมต่อกล้อง ถ้าหากมีคำเตือนบนอุปกรณ์ของคุณว่าไมโครโฟนใช้พลังงานมากเกินไป เพียงแค่เสียบพอร์ตไฟของอะเแดปเตอร์เข้ากับแหล่งจ่ายไฟ