10 เรื่องที่คุณยังไม่รู้ ว่า RodeCaster Pro ทำอะไรได้บ้าง?

10 เรื่องที่คุณยังไม่รู้ ว่า RodeCaster Pro ทำอะไรได้บ้าง?

13 January 2021/ Fuzion Team

Fuzion Helpful Tips 🗣 มีสาระดีๆ มาบอกต่อทุกคนค่ะ

RodeCaster Pro ได้รับการปรับปรุงพัฒนามาตลอดตั้งแต่เปิดตัวในปี 2561 ด้วยการอัพเดท firmware ที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายในการสร้างสรรค์ให้ podcast ของคุณมีเสียงที่น่าทึ่ง และมีคุณสมบัติเด่นมากมายที่ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาตลอดจนไม่สามารถกล่าวได้หมด

บทความนี้เราจะกล่าวถึงคุณสมบัติบางอย่างที่เรียกได้ว่าเป็นฮีโร่ แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้ ต่อไปนี้คือ 10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้มาก่อน ว่า RodeCaster Pro สามารถทำอะไรได้อีกบ้าง

RODECaster Pro Producer Mode

1. Producer Mode

บางครั้งขณะที่กำลังอัดเสียง podcast และต้องการเตรียมพร้อมแขกรับเชิญก่อนเริ่มบันทึกจริง ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องมีการเตรียมบทล่วงหน้าเพื่อเชิญแขกเข้าร่วมวงสนทนา ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ แม้ผู้ฟังอาจจะไม่ทันสนใจ

ด้วยเหตุผลนี้ RodeCaster Pro จึงได้มี ‘Producer Mode’ เปิดใช้งานเพียงแค่กดปุ่ม solo และ ปุ่มปิดเสียง ที่ช่องของผู้ดำเนินรายการ  และช่องอื่นๆ ที่เราต้องการเตรียม รวมถึงสมาร์ทโฟน, บลูทูธ และ USB ไอคอนสำหรับแต่ละช่องที่รวมอยู่ใน ‘Producer Mode’ จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองขึ้นที่หน้าจอ

จากนั้นคุณสามารถเพิ่มเฟดเดอร์สำหรับแต่ละช่องที่เข้าร่วมในการสนทนา “Producer Mode” โดยให้แขกแต่ละคนในช่องเหล่านี้สื่อสารกันได้โดยไม่ต้องบันทึกเสียง

2. Ducking

การทำ podcast เป็นรูปแบบสื่อที่ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีผู้ร่วมพูดคุยที่หลากหลาย และคลื่นเสียงที่เข้าออกในแต่ละตอน ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ ที่ผู้ดำเนินรายการจะต้องข้ามผ่านความเสียงขรมเหล่านี้ นี่คือจุดที่การทำ ‘ducking’ มีประโยชน์อย่างมาก

Ducking คือ processor ชนิดหนึ่งที่ช่วยลดระดับสัญญาณเสียงเมื่อใดก็ตามที่มีการรบกวนเกิดขึ้น เมื่อทำการเปิดใช้งานบน RodeCaster Pro การ ducking จะช่วยลดความดังเสียงชั่วคราวของทุกช่องเมื่อผู้ดำเนินรายการทำการพูดขึ้นมา หมายความว่าจะได้ยินผู้ดำเนินรายการชัดเจนขึ้น แม้ว่าจะมีเสียงรบกวนก็ตาม

ในการเปิดใช้งาน ducking นั้นทำได้ง่ายๆ โดยไปที่ ‘Settings’ > ‘Advanced’ > ‘Audio’ > ‘Processing’ แล้วกด ‘Ducking’

3. USB Mix-Minus

เคยได้ยินเสียงสะท้อนขณะประชุมผ่านทาง Zoom meetingใช่ไหม? ซึ่งทำให้เสียสมาธิในการฟัง และแน่นอนเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึนในการทำ podcast โดยเฉพาะการโทรผ่าน USB

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ RodeCaster Pro สามารถช่วยลดปัญหาเสียงสะท้อนได้โดยง่าย ด้วยการใช้ฟังก์ชั่น ‘USB mix-minus’ เมื่อเปิดใช้งานในขณะที่ใช้ช่อง USB เพื่อเรียกสายโทรเข้า RodeCaster Pro จะทำการตัดเสียงที่ย้อนกลับไปที่แอพพลิเคชั่น ผลที่ได้คือการสนทนาที่มีเสียงใส คมชัด ไร้เสียงสะท้อน

ในการเปิดใช้งาน USB mix-minus ทำได้ไม่ยาก เพียงตั้งค่าที่ ‘Settings’ > ‘Advanced’ > ‘Audio’ > ‘Processing’ แล้วกด ‘USB Mix-Minus’.

ในส่วนของช่องทางการพูดคุยอื่นบน RodeCaster Pro อย่างบลูทูธ และสมาร์ทโฟน จะทำการปรับสัญญาณเป็นแบบ mix-minus โดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องกังวลในการสลับโหมดเพื่อตั้งการตัดเสียงสะท้อนในการโทร

4. Broadcast Meters

มาตรวัดระดับเริ่มต้นบนหน้าจอของ RodeCaster Pro ถูกออกแบบมาเพื่อให้ดูเข้าใจง่าย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดข้อมูลที่มากขึ้น การใช้ ‘Broadcast Meters Mode’ จะมีประโยชน์มากในกรณีนี้ โดยเมื่อเปิดใช้งาน หน้าจอจะแสดงข้อมูล full dBFS ซึ่งสะดวกมากเมื่อต้องการวัดเสียงที่แม่นยำในเวลาที่มีระดับความดังเสียงสูงขึ้นมา

ในการเปลี่ยนโหมด ‘Broadcast Meters Mode’ ทำได้โดย ไปที่ ‘Settings’ > ‘Advanced’ > ‘Audio’ > ‘Operations’ แล้วกด ‘Broadcast Meters’.

5. Save/Load Shows

RodeCaster Pro สามารถใช้ได้ในทุกสภาพแวดล้อม รวมทั้ง podcast studio, เป็นอุปกรณ์การเรียนการสอน และ production house หมายความว่า RodeCaster Pro ถูกใช้โดยผู้คนหลากหลายสไตล์ในการสร้างสรรค์ podcast

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราได้แนะนำฟังก์ชั่นในการบันทึกภาพรวมของการตั้งค่าทั้งหมด ซึ่งจะสามารถบันทึกและนำกลับมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ

ฟังก์ชั่นนี้จะมีเฉพาะในแอพพลิเคชั่น Companion ใช้งานได้ขณะที่มีการเชื่อมต่อกับ RodeCaster Pro โดยวิธีการ บันทึก หรือ โหลดมาใช้ ตั้งค่าได้ดังนี้ ไปที่ ‘File’ > ‘Save Show’ เพื่อบันทึก preset, หรือ ‘Load Show’ เพื่อโหลดการตั้งค่าแบบ pre-saved บน RodeCaster Pro

6. Sound Pad 'Record' and 'Overdub'

ในการนำไฟล์เสียงโหลดเข้า RodeCaster Pro นั้นง่ายมาก เพียงแค่ drag & drop เสียงที่ต้องการจากคอมพิวเตอร์ลงในแอพพลิเคชั่น Companion แต่หากต้องการสร้างเสียงขึ้นมาใหม่บน RodeCaster Pro ทำได้อย่างไรบ้าง?

คำตอบก็คือ มีได้ 2 วิธี อย่างแรก คือการอัดเสียงลงบน sound pad  โดยไปที่เมนู sound pad แล้วเลือกแพดที่ต้องการ แตะที่ ‘Record’ จากนั้นแตะที่ปุ่มบันทึกสีแดง เพียงเท่านี้ทุกเสียงที่ทำการเล่นผ่าน RodeCaster Pro จะถูกบันทึกลงบน sound pad ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดจากไมโครโฟน หรือเสียงดนตรีที่เล่นจาก USB

และยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายและเพิ่มความน่าสนใจ ได้แก่ ‘Overdub Mode’ เมื่อเปิดใช้งาน เสียงที่บันทึกไว้บน sound pad จะเรียงลำดับอยู่ด้านบนของเสียงที่มีอยู่เดิม ทำให้สามารถสร้าง multi-layered ของเสียงได้ ไม่ว่าจะสำหรับเพลง intro และ outro, jingle หรือ เสียงโฆษณาอื่นๆ

ในการจะเปิดโหมดนี้ขึ้นมา ทำได้โดยแตะที่ ‘Overdub’ ขณะที่กำลังอยู่ใน ‘Record Mode’

7. Quick Menu Navigation

บ่อยครั้งในขณะตั้งค่า RodeCaster Pro ที่มักจะต้องเข้าๆ ออกๆ จากเมนู เพื่อปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ขั้นตอนการตั้งค่าช้าลง ดังนั้น ด้วยการปัดหน้าจอสัมผัสจากล่างขึ้นบนจะทำให้เข้าถึงหน้าจอหลักได้อย่างรวดเร็ว และในทางกลับกัน การปัดจากบนลงล่างจะเป็นการกลับไปที่หน้าจอเมนูก่อนหน้า ทำให้เห็นว่าฟังก์ชั่นนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อต้องสลับไปมาจากหน้าจอหลักเพื่อตรวจสอบระดับเสียงขณะตั้งค่า

8. Headphone Boost

นักจัดรายการ podcast ใช้หูฟังที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับที่ใช้ในสตูดิโอ ซึ่งบางชนิดจะต้องการระดับเสียงที่ค่อนข้างสูงเพื่อให้เหมาะสมในการตรวจสอบ หากเริ่มสังเกตได้ว่าต้องปรับ output ของหูฟังเพิ่มขึ้นในขณะกำลัง podcast ให้ลองใช้ฟังก์ชั่น Headphone Boost ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้

เพื่อเปิดใช้งานให้ไปที่ ‘Settings’ > ‘Advanced’ > ‘Headphones’ แล้วแตะที่  ‘Boost Headphone Volume’

แต่ก่อนอื่น อย่าลืมลดระดับเสียงหูฟัง แล้วจึงค่อยๆ ปรับความดังเพิ่มขึ้นให้อยู่ในระดับที่ต้องการเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากเสียงดังกับหูได้ (ฟังก์ชั่น Headphone Boost มีผลกับทุก output ของหูฟัง)

Effects Edit Mode via the Companion App

9. Effects Edit Mode via the Companion App

รู้หรือไม่? ว่าคุณสามารถเข้าถึงการใช้งาน effect และ processor แบบ advance ของ RodeCaster Pro จากแอพพลิเคชั่น Companion เช่นเดียวกับตั้งบนตัวเครื่อง

เชื่อมต่อ RodeCaster Pro เข้ากับคอมพิวเตอร์ ได้ง่าย เพียงเปิดแอพพลิเคชั่น Companion แล้วไปที่ ‘File’ > ‘Open Effects Editor’ และเปิดสวิทซ์ ‘Effects Edit Mode’ นอกจากการตั้งค่าตามปกติบน RodeCaster Pro แล้ว แอพพลิเคชั่น Companion ยังมีส่วนควบคุมเพิ่มเติม ได้แก่

  • คอมเพรสเซอร์ที่มาพร้อมกราฟแสดง effect  เมื่อเวลาผ่านไป
  • ฟังก์ชั่นเพิ่มเติม ‘Set to Default’
  • ตัวลูกศรในการปรับ parameter ที่แม่นยำ

10. The Master Compressor

หากเคยฟัง podcast ที่เป็นที่นิยมแล้วรู้สึกว่าเสียงดี มีความสม่ำเสมอต่อเนื่องเป็นโทนเดียวกัน ซึ่งนั่นคือผลงานของความเป็นมืออาชีพ โดยมักจะเกิดจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ที่ปรับใช้กับทุกช่องในการ podcast ซึ่งช่วยทำให้เสียงเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

ในแต่ละช่องของ RodeCaster Pro จะมีคอมเพรสเซอร์ในตัวเองอยู่แล้ว แต่ยังมีคอมเพรสเซอร์หลัก ที่เป็น processor ตัวสุดท้ายในสายสัญญาณก่อนจะส่งไปยัง output

การเปิดตัวคอมเพรสเซอร์หลักนี้ จะต้องเปิด ‘Effects Edit Mode’ (ทำได้โดย (‘Settings’ > ‘Advanced’ > ‘Audio’ > ‘Processing’) เมื่อเริ่มเปิดใช้งานแล้ว ให้ไปที่ ‘Settings’ > ‘Channels’ แล้วเลือก  ‘Master Compressor’

ซึ่งเป็น effect ที่ละเอียดอ่อน เมื่อใช้อย่างถูกต้อง จะช่วยทำให้ส่วนประกอบต่างของ podcast รวมเข้าด้วยกัน และได้เสียงที่มี balance สม่ำเสมอ

หากสนใจข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการใช้ฟังก์ชั่นหรือการตั้งค่าต่างๆ สามารถดูรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่ RØDECaster Pro Learning Hub.

ที่มา rode.com

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าที่กล่าวมาในบทความนี้ สามารถติดต่อมาได้ที่ บริษัท ฟิวชั่น ฟาร์ อีสท์ จำกัด และ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย  https://www.fuzion.co.th/dealer-location/

Stay Connected

Sign up below to stay up to date with what we are up to!

———-
#PUKKABRANDS
#ตรงงาน
#ตรงเวลา
#ตรงใจ
———-
🎉🎈🎛🔈🎙️📽️🎬🎈🎉
Line ID: @fuzion
Tel: 02-641-4545
Email: info@fuzion.co.th
———-
Facebook: Fuzion Far East  
Fuzion Facebook Group: Fuzion Privilege Group  
Youtube subscribe: fuzionfareastbkk
Instagram: fuzionbkk

ขอบคุณที่แชร์บทความนี้