เรื่องควรรู้ก่อนสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer)

02 June 2020 / Fuzion Team

Fuzion Helpful Tips 🗣 มีสาระดีๆ มาบอกต่อทุกคนค่ะ

การเป็นตัวแทนจำหน่ายให้ประสบความสำเร็จในยุคสมัยนี้ ไม่ยาก เพราะมีแบรนด์และสินค้าเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง แต่ละแบรนด์ต่างก็ต้องการ ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ทั่วถึงผู้บริโภค และเป็นการช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์  โดยการเลือกเป็น ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) สามารถตัดสินใจได้ว่าจะสต๊อกสินค้า หรือ ไม่สต๊อกสินค้า เพราะต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังนี้
สต๊อกสินค้า

ข้อดี

  • มีสินค้าไว้จำหน่ายได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่เสียโอกาสในการขาย
  • ลงทุนน้อยกว่า เนื่องจากแบรนด์จะมีราคาส่งให้แก่ตัวแทนจำหน่าย
  • กำหนดราคาขายได้ เห็นกำไรมากกว่า แม้ตั้งราคาสินค้าตามตลาด
  • ได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากลูกค้า

ข้อเสีย

  • ควบคุมสินค้าไม่ได้ เนื่องจากเป็นสินค้าประกอบเสร็จมาจากโรงงาน และแบรนด์เป็นผู้กำหนดคุณสมบัติของสินค้า
  • มีคู่แข่งเยอะ เพราะยิ่งเป็นสินค้าหรือแบรนด์ที่เป็นที่นิยม จะมีตัวแทนจำหน่ายที่มากขึ้นตามด้วย
  • มักจะมีขั้นต่ำในการสั่งซื้อ จึงอาจทำให้ไม่สะดวกในกรณีที่ต้องการสินค้าไปขายในจำนวนน้อย

ไม่สต๊อกสินค้า

ข้อดี

  • แทบไม่ต้องลงทุนก่อน เนื่องจากไม่ต้องสั่งซื้อสินค้าเพื่อสต๊อกเก็บไว้
  • ไม่ต้องกังวลใจกับสินค้าที่อาจตกรุ่นและขายได้ยาก

ข้อเสีย

  • ทุนในการซื้อสินค้าค่อนข้างสูง เพราะต้องซื้อสินค้าในราคาขายปลีก
  • อาจขายได้กำไรไม่มากเนื่องจากต้องอ้างอิงราคาสินค้าตามตลาด
  • มีคู่แข่งเยอะเช่นกัน เพราะ จะมีตัวแทนจำหน่ายที่มากขึ้นทั้งแบบสต๊อกและไม่สต๊อกสินค้า
  • ขาดความน่าเชื่อถือจากลูกค้า และอาจเสียโอกาสในการขายเนื่องจากไม่มีสินค้าตอบสนองได้ทันที

หลังจากที่ได้รวบรวมข้อมูลมาจากหลาย ๆ  ที่ เราขอสรุปปัจจัยหลัก 3 อย่าง ที่จะมาแนะนำเพื่อพิจารณาก่อนสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) เพื่อให้ ประสบความสำเร็จ  ได้แก่ สินค้า, ร้านค้า หรือ แบรนด์, ตัวของ Dealer เอง

ตัวสินค้า

1. ธรรมชาติของสินค้า

การเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer)  เพื่อทำยอดขายให้ ได้กำไรและมีผู้บริโภคติดตาม เรื่องของสินค้านั้นสำคัญมาก  การที่จะเลือกเป็น Dealer ของสินค้าใดก็ตาม ควรทำความเข้าใจกับธรรมชาติของสินค้านั้นให้ละเอียดเสียก่อน   มีลักษณะสินค้าแบบใด เป็นสินค้าอุปโภค บริโภค ที่ลูกค้ามีความต้องการใช้อยู่เรื่อย ๆ เช่น ข้าวสาร น้ำมัน  หรือ เป็นสินค้าที่อยู่ในกระแส ตามความนิยม เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหารเสริม เทคโนโลยี gadget ต่าง ๆ

โดยสินค้าแบบแรก ตามปกติของตัวสินค้าก็คือ จะมีกำไรต่อชิ้นน้อย แต่จะมีการสั่งซื้อซ้ำเรื่อย ๆ ถ้าเราสร้างฐานลูกค้าของเราเองได้มากพอ เราก็สามารถหารายได้จากทางนี้ได้ ในระยะยาว ซึ่งต่างจากแบบที่สอง นั่นคือ สินค้าในกระแส ความต้องการสินค้าจะมาแบบรวดเร็ว และมาแบบพร้อม ๆ กัน Dealer เองจะต้องจัดการเรื่องการจำหน่ายสินค้าให้ทันตามความต้องการของลูกค้า เพราะสินค้าในรูปแบบที่สองนี้ ทางแบรนด์มักมีการทำการตลาด  ประชาสัมพันธ์ หรือโปรโมชั่นไว้อยู่แล้ว

สิ่งที่  ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) จำเป็นต้องคำนึงถึงว่าควรจะขายสินค้าประเภทไหน มีดังนี้

  • เวลา – Dealer ควรประเมินตัวเอง เบื้องต้นว่ามีเวลา ในการขายสินค้า ตอบคำถามลูกค้า หรือไม่ หากมีเวลามากพอ อาจจะเหมาะกับการเป็น Dealer สินค้าที่อยู่ในกระแส เน้นโพสต์เร็ว ขายเร็ว ส่งเร็ว เพื่อทำยอด
  • สินค้า, จำเป็นต้องสต๊อกไหม? – เรื่องนี้มีความสำคัญมากเช่นกัน เพราะการเป็น Dealer ที่สต๊อกสินค้านั้น มักจะได้ผลกำไรที่มากกว่า Dealer แบบไม่สต๊อก และสามารถสร้างฐานลูกค้าได้ดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องพิจารณาต้นทุนของ Dealer ว่าสามารถรองรับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการสต๊อกสินค้าได้มากน้อยเพียงใด
  • ความชอบ และ ความเข้าใจในตัวสินค้า – ควรเลือกสินค้าที่มีความชื่นชอบส่วนตัวอยู่แล้ว หรือเข้าใจในตัวสินค้า เพื่อนำไปสู่การขายที่น่าเชื่อถือมากขึ้น โดยสามารถอ้างอิงจากผู้ใช้สินค้าจริง นั่นคือ ตัวผู้ขายเอง

2. คุณภาพสินค้า

คุณภาพของสินค้าสำคัญมาก  เพราะก่อนจะขายสินค้าอะไร ควรคำนึงถึงว่า ดีพอและเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการจะขายให้หรือไม่  โดยประเด็นสำคัญเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรนำมาพิจารณาในข้อนี้คือ ราคา เพราะราคาแพง หรือ ไม่แพง นั้น ขึ้นอยู่กับว่า เราขายสินค้านั้นให้ใคร ใครคือผู้บริโภคสินค้านั้น หากเราสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภคได้ จะสามารถประเมินหรือกำหนดต้นทุนราคาซื้อขายตามมาได้

ร้านค้า หรือ แบรนด์

1.  มีความจริงใจในการดูแล Dealer

ตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ควรพิจารณาที่ ร้านค้า หรือ แบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะ Dealer เปรียบเสมือนแขน ขา ที่ช่วยเพิ่มยอดขาย และกำไร ให้กับแบรนด์ ดังนั้น Dealer จึงควรเลือกพิจารณาร้านค้า หรือ แบรนด์ ที่มีการ ดูแล เอาใจใส่ Dealer ได้ดี และเข้าใจถึงปัญหาของกันและกัน การทำธุรกิจร่วมกันย่อมส่งผลให้เป้าหมายของแต่ละฝ่ายประสบความสำเร็จ

2. มีความ “หนักแน่น” ในการทำธุรกิจ

ให้สังเกตว่าร้านค้า หรือ แบรนด์ มีการพัฒนาทางด้านธุรกิจมากน้อยแค่ไหน  ทั้งศักยภาพของทางแบรนด์เอง มีการทำการตลาดทั้งของ Dealer และของลูกค้า เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับ Dealer  หากรับสินค้าไปแล้วจะต้องขายสินค้าต่อได้ มีการรับประกันสินค้า  จัดโปรโมชั่น  และไม่ขายสินค้าตัดราคา Dealer

3. มีตัวตนที่สามารถพิสูจน์ได้

เพื่อให้มั่นใจก่อนสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ดังนั้นจึงควรพิจารณาให้รอบคอบว่า ร้านค้า หรือ แบรนด์ มีสถานที่ให้สามารถติดต่อได้อย่างชัดเจน อาจจะเป็นในรูปแบบบริษัท หรือมีหน้าร้าน มีเว็บไซต์ หรือ Facebook Page ที่สามารถยืนยันตัวตนได้ หากกรณีที่เกิดปัญหากับ Dealer ให้แน่ใจว่าร้านค้า หรือ แบรนด์ นั้นสามารถช่วยสนับสนุนแก้ไขปัญหาให้ได้

ตัวแทนจำหน่าย (Dealer)

นอกจากปัจจัยทั้ง 2 ข้อที่กล่าวมาแล้วนั้น  สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ ตัวของ Dealer เอง ว่ามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และพยายามที่จะขายสินค้าของแบรนด์มากแค่ไหน ซึ่งหลักการง่าย ๆ ที่ Dealer จะสามารถปฏิบัติได้ มีดังนี้

1. ตั้งเป้าหมาย

Dealer ควรมีการตั้งเป้าหมายยอดขายที่ต้องการ และต้องมีการกำหนดระยะเวลาในการทำเป้าหมายนั้น ๆ ที่ชัดเจน

2. หาวิธีที่จะไปถึงเป้าหมายนั้นโดยเร็ว

อาจทำได้โดยการศึกษาหาข้อมูลจากคู่แข่งที่เป็น Dealer เหมือนกัน ว่าเขามีการทำการตลาดอย่างไร เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์และพัฒนาในการขายของเราต่อไป

3.  ตั้งเป้าหมายให้สูงกว่าเดิม

คือการต่อยอดจากข้อแรก หากเมื่อวานเคยตั้งเป้าหมายไว้เท่าไหร่  วันนี้ก็ควรที่จะตั้งเป้าหมายให้มากขึ้น และ พรุ่งนี้ก็ย่อมจะต้องตั้งเป้าหมายให้มากกว่าของวันนี้ด้วย ทำเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ โดยอาจเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ พัฒนาขยายเป้าหมายให้โตขึ้นต่อไปในอนาคตก็ได้

แน่นอนมาถึงตรงนี้แล้ว คงจะมีผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน นำเอาความรู้ หลักการ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เรารวบรวมมาไปใช้ประโยชน์ในธุรกิจได้ไม่มากก็น้อย หวังว่าข้อมูลที่เรานำมาแชร์ในวันนี้จะช่วยให้การทำธุรกิจของ Dealer หลาย ๆ ท่าน มียอดขายทะลุเป้าในทุก ๆ ไตรมาสเลยนะคะ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก:
https://www.salesmatchup.com/
https://etreeplus.com/2019/07/16/ข้อดีข้อเสียของdropship/
https://www.checkstandprogram.com/news/tips-to-become-a-successful-distributor/
https://www.thebalancesmb.com/working-with-distributors-3502304

รูปภาพจาก:
https://www.freepik.com/
https://www.pexels.com/

สนใจสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) กับ Fuzion คลิก >>  https://www.fuzion.co.th/th/become-a-dealer-now/

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
Line ID: @fuzion
Tel: 02-641-4545
Email: info@fuzion.co.th

ขอบคุณที่แชร์บทความนี้